About these ads

37 responses »

  1. นางสาว นฤมล น้ำใจ ม.๖/๑ เลขที่ ๑๐ พูดว่า:

    หน่วยที่ ๑๘ เรื่องการตระหนักในคุณค่าความสำคัญของค่านิยมเเละจริยธรรมที่เป็นตัวกำหนดความเชื่อเเละพฤติกรรมที่เเตกต่างกันของเเต่ละศาสนา
    ค่านิยมเเละจริยธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเพราะเป็นเเนวทางความเชื่อที่ทำให้มนุษย์ประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องซึ่งจะสะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมส่วนศาสนาโดยที่ศาสนาเเต่ละศาสนาจะมีหลักคำสอนที่คล้ายคลึงกันหรือเเตกต่างกันก็ขึ้นอยู่กับอุปลักษณะเเละหน้าที่ทางสังคมเเต่ทุกศาสนาจะมุ่งเน้นสอนให้มนุษย์เป็นคนดีเข้ากับสังคมได้ให้มนุษย์มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมีบรรทัดฐานในการปฏิบัติทั้งเป็นที่รวมเเห่งความเชื่อเเละความเคารพสูงสุดของมนุษย์นอกจากนี้คำสอนของพระพุทธศาสนายังมีเป้าหมายให้ให้มีผู้ศึกษามีทัศนคติที่ดีงามมีคุณธรรมประจำตนถ้าตัวเราสามารถปฎิบัติได้ก็จะนำผลไปสู่สังคม

  2. นางสาว เสาวลักษณ์ เรืองสุข ม.6/1 เลขที่ 28 พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่27
    การสัมมนาและเสนอแนะแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาที่ตนนับถืออันส่งผลถึงการพัฒนาตน พัฒนาชาติและโลก
    การสัมมนา หมายถึง การประชุมรูปแบบหนึ่งของกลุ่มบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสนใจ และมีประสบการณ์ในเรื่องเดียวกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมกันคิดวิเคราะห์ และช่วยกันหาแนวทางในการแก้ปัญหา
    การปกป้อง คุ้มครอง ธำรงรักษาพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่หลักของพุทธบริษัททุกคนที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันธำรงไว้ซึ่งศาสนา เช่น การเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา การสอดส่องดูแลไม่ให้ใครทำลายศาสนา ไม่พูดดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนา แนะนำให้ผู้อื่นเข้าใจศาสนาอย่างถูกต้อง และการประพฤติปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นต้น

  3. หน่วยการเรียนรู้ที่1 สังคมชมพูทวีปและคติความเชื่อทางศาสนาสมัยก่อนพระพุทธเจ้า
    สังคมชมพูทวีป ชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล คือ พื้นที่ประเททศอินเดียและเนปาลในปัจจุบัน ชมพูทวีปประกอบด้วยแคว้นต่างๆหลายสิบแคว้น แคว้นที่มีอาณาเขตกว่างใหญ่ เรียกว่า “มหาชนบท” ประกอบด้วย16แคว้น
    แค้วนอังคะ แคว้นมคธ แคว้นกาสี แคว้นโกศล แคว้นวัชชี แคว้นมัลละ แคว้นเจตี แคว้นวังสะ แคว้นกุรุ แคว้นปัญจาละ แคว้นมัจฉะ แคว้นสุรเสนา แคว้นอัสสกะ
    แคว้นอวันตี แคว้นคันธาระ แคว้นกัมโพชะ
    คติความเชื่อทางศาสนาสมัยก่อนพระพุทธเจ้า 1.ความเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ
    2.ความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ 3.ความเชื่อลัทธิอิสระต่างๆ

  4. นายอุกฤษฏ์ นันอุมาลี พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่23 การปฎิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี
    ได้รับหัวข้อเรื่องต่อไปนี้
    ในการทำงานร่วมกันนั้น หากนายจ้างและลูกจ้างพยายามปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้องสมบูรณ์ มีควมรับผิดชอบ รู้จักเกื้อกูล เกื้อหนุนซึ้งกันและกันแล้วนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม ย่อมส่งผลให้การงานประสบความสำเร็จ
    การปฏิสันถาร เป็นมารยาทอันดีงานของชาวพุทธ และเป็นวิธีการปฏิบัติตนที่สำคัญประการหนึ่ง การกล่าวต้อนรับมี ๒ วิธี คือ
    ๑. อามิสปฏิสันถา ๒. ธัมมปฏิสันถาร
    อุบาสก อุบาสิกา ที่ดีควรยึดหลัก “อุบาสกธรรม” คือ หมั่นไปวัด หมั่นฟังธรรม รักษาศีล เลื่อมใสพระภิกษุสงฆ์ ตั้งจิตให้เป็นกุศล ทำบุญ ทำนุบำรุงศาสนา
    การบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว เกื้อกูลสงเคราห์กันและผลิตสมาชิกที่มีคุณภาพสู่สังคม ต่อชุมชน มีอยู่ ๔ ประการ คือ ๑.ทาน ๒.ปิยวาจา ๓.อัตถจริยา ๔.สมานัตตตา ต่อประเทศชาติ การเป็นพลเมืองที่ดี ทำตามกฎหมายบ้านเมือง และต่อโลก คือ ช่วยกันทำหให้โลกมีสันติภาพ ยอมรับความแตกต่าง โดยทั้งหมดนั้ยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางปฏิบัติ

  5. ploy วิกานดา หลักดี ม.6/1 เลขที่14 พูดว่า:

    หน่วยที่ 7 หลักของพระพุทธสาสนากับวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์จะเชื่อความจริงที่รับรู้ไดด้วยประสาทสัมผัสเท่านั้น วิทย์จะไม่ยอมรับความจริงที่รับรุ้ทางประสาทสัมผัสไม่ได้ มุ่งเเสวงหาเเต่ความสุขทางกาย วิทย์จะให้ความสำคัญเเก่มูลค่ามากกว่าคุณค่า เช่น คนติดสุรา ทำให้หลงติดเเละเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็นเพราะขาดสติ
    พระพุทะศาสนา จะให้ความสำคัญเเก่จิตและยอมรับความจริง นามธรรม จิต กรรม นิพพาน มุ่งเน้นให้เป็นคนดีการเป็นคนต้องมีจิตใจดี เน้นความสงบสุขทางใจไม่หลงติดกับของนอกกาย จะเน้นสอนให้ฝึกสมาธิให้คนมีสติในการใช้ชวิต คะ
    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็ป 1 เนื้อหา 2 การทำสมาธิhttp://mediacenter.mcu.ac.th/data/caipyo/m5/web/pawat/p16.phphttp://
    http://www.piyabut.net/index.php?name=blog&file=readblog&id=145

    • ploy วิกานดา หลักดี ม.6/1 เลขที่14 ฉบับเเก้ไข พูดว่า:

      หน่วยที่ 7 หลักของพระพุทธสาสนากับวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์จะเชื่อความจริงที่รับรู้ไดด้วยประสาทสัมผัสเท่านั้น วิทย์จะไม่ยอมรับความจริงที่รับรุ้ทางประสาทสัมผัสไม่ได้ มุ่งเเสวงหาเเต่ความสุขทางกาย วิทย์จะให้ความสำคัญเเก่มูลค่ามากกว่าคุณค่า เช่น คนติดสุรา ทำให้หลงติดเเละเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็นเพราะขาดสติ
      พระพุทะศาสนา จะให้ความสำคัญเเก่จิตและยอมรับความจริง นามธรรม จิต กรรม นิพพาน มุ่งเน้นให้เป็นคนดีการเป็นคนต้องมีจิตใจดี เน้นความสงบสุขทางใจไม่หลงติดกับของนอกกาย จะเน้นสอนให้ฝึกสมาธิให้คนมีสติในการใช้ชวิต คะ
      อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็ป 1 เนื้อหา 2 การทำสมาธิ
      http://mediacenter.mcu.ac.th/data/caipyo/m5/web/pawat/p16.php
      http://www.piyabut.net/index.php?name=blog&file=readblog&id=145

  6. หน่วยการเรียนที่ 19 การเห็นคุณค่า เชื่อมั่น และมุ่งมันพัฒนาชีวิต ด้วยการพัฒนาจิต และพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ
    โยนิโสมนสิการ มาจากคำว่า โยนิโส กับ มนสิการ แปลว่า การพิจารณาโดยแยบคาย โดยสืบค้นหาเหตุผลไปตามลำดับจนถึงต้นเหตุ จนสรุปได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ประกอบด้วยวิธีคิด 10 แบบด้วยกันคือ
    1.คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยแยกได้ 2 อย่างคือ 1.คิดแบบปัจจัยสัมพันธ์ คือเมื่อเจอเหตุการณ์ใดสามารถมองย้อนไปถึงสาเหตุนั้นได้ 2.คิดแบบสอบสวน คือ เมื่อเจอสิ่งต่างๆก็ให้ตั้งคำถามว่า อะไร เพราะอะไร ทำไม
    2.วิธีคิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ คือมุ่งให้เข้าใจสิ่งต่างๆตามสภาวะความเป็นจริง
    3.วิธีคิดแบบสามัญลักษณะ คือ รู้และเข้าใจธรรมชาติ แบ่ง 2 ขั้นตอน 1. รู้เท่าทันและยอมรับความจริงคือใจเป็นกลางเมื่อเห็นสิ่งต่างๆ 2.แก้ไขและดำเนินต่างเหตุนั้นๆ คือ แก้ไขหรือจัดการตามสาเหตุของสิ่งนั้น
    4.วิธีคิดแบบอริยสัจ 4 คิดต่อแบบจากสามัญลักษณะ โดยใช้หลักอริยสัจ4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
    5.วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ คิดแบบเชื่อมโยงหลักการและจุดมุ่งหมาย เพื่อที่เวลาทำงานจะได้เป็นไปตามที่จุดมุ่งหมายและหลักการ
    ***หมายเหตุ***
    หน่วยการเรียนรู้ที่ 19 มีผู้รับผิดชอบ 2 คน ด้วยกัน แบ่งออกเป็น 2 ตอน วิธีคิดที่ 6-10 อยู่ในตอนที่ 2 (นางสาว นิชาภา สมัครการ ม.6/1 รับผิดชอบ)

  7. นางสาวยุวดี กรอบมุข ม.6/1เลขที่24 พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่26
    วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม1ค่ำ เดือน8 เป็นพิธีของพระภิกษุโดยเฉพราะคือตั้งใจที่จะอยู่ประจำณวัดเดียวตลอด3เดือนหลักธรรมที่สนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนถือปฏิบัติคือ วิรัติ หมายถึงการงดเว้นจากบาปและความชั่วต่างๆ
    จำแนกได้3ประการ 1.สมปัตตวิรัติคือการงดเว้นจากบาปด้วยความรู้สึกละอาย
    2.สมาทานวิรัติคือการงดเว้นจากบาปด้วยการสมาทานศีล5หรือศีล8
    3.สมุจเฉทวิรัติคือการงดเว้นจากบาปได้อย่างเด็ดขาด
    วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น15ค่ำ เดือน11ในวันออกพรรษามีหลักธรรมที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติคือ ปวารณา ได้แก่การเปิดโอกาศให้บุคลอื่นว่ากล่าวตักเตือนตนเองได้ บุญกุศลที่จะทำกันในวันออกพรรษา เช่น ทำบุญตักบาตร และการตักบาตรเทโว การตักบาตรเทโวนั้นหมายถึงการทำบุญตักบาตรต้อนรับพระพุทธองค์ในการเสด็จลงมายังเทวโลกนั่นเอง

  8. นางสาว นงค์รัตน์ แสนสมัคร พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 21
    หลักธรรมในศาสนาอิสลาม 1. หลักศรัทรา มี 6 ประการ คือ ศรัทราต่อพระเจ้า , คัมภีร์ , ศาสนทูต , เทวทูตผู้รับใช้พระเจ้า , วันสิ้นสุดท้าย , กฎสภาวะการณ์ของพระเจ้า 2. หลักจริยธรรม สอนไว้ว่า ในการดำเนินชีวิตจงเลือกสรรเฉพาะสิ่งที่ดีอันเป็นที่ยอมรับของสังคม 3. หลักปฏิบัติ มี 5 ประการ คือ การปฏิญาณตนต่อพระเจ้า , การละหมาด , การถือศิลอด , การบริจาคซากาต , การประกอบพิธีฮัจญ์

    หลักธรรมในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู 1. พรหมธรรม คือ การปฏิบัติธรรมของพระพรหม(คล้ายกับพรหมวิหาร 4 ในศาสนาพุทธ) ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา 2. พระธรรมศาสตร์ มี 10 ประการ คือ ความพอใจ(ธฤติ) ความอดกลั้น(กษมา) การระงับจิตใจ(ทมะ) ไม่ลักขโมย(อัสเตยะ) ความบริสุทธิ์(เศาจะ) ประสาทความรู้สึกทางความรู้(อินทรินิครหะ) ปัญญา(ธี) ความรู้ทางปรัชญาศาสตร์(วิทยา) ความจริง(สตยะ) ความไม่โกรธ(อโกรธะ)

    หลักธรรมในศาสนาสิกข์ สอนให้รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ชี้นำหนทางให้เข้าถึงพระเจ้า การเข้าถึงธรรมะและการดำรงชีวิตตามหลักสัจธรรม
    (รับผิดชอบ 2 คน ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ สุพรรณษา รับผิดชอบค่ะ)

  9. นางสาว นงค์ราม แสนสมัคร พูดว่า:

    หน่วยที่ 2 การตรัสรู้ การก่อตั้งพระพุทธศาสนา วิธีการสอน และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามแนวพุทธจริยา
    พระพุทธศาสนาก่อตั้งขึ้นหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดให้แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 โดยแสดงธรรมเทศนากัณฑ์แรก คือ ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร พระรัตนตรัยจึงเกิดขึ้นบนโลกเป็นครั้งแรก คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นการก่อตั้งพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ
    พระพุทธเจ้าทรงมีหลักการสอนที่เรียกว่า พุทธลีลาในการสอน 4 คือ
    1.แจ่มแจ้ง ทรงอธิบายให้เห็นชัดเจนเหมือนกับจูงมือไปดูให้เห็นกับตา
    2.จูงใจ ทรงชี้แจงให้ซาบซึ้ง ตระหนักถึงคุณค่าจนน้อมนำไปปฏิบัติด้วยตนเอง
    3.เร้าให้กล้า ทรงชักชวนให้เห็นด้วย คล้อยตามจนเกิดความมุมานะ
    4.ปลุกใจให้ร่าเริง ทรงแนะนำให้เห็นว่า หากทำตามแล้วจะได้รับประโยชน์ในทางที่ดีงาม

  10. นางสาว นันทิดา กิมเหรียญ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 23 การปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ในหัวข้อต่อไปนี้
    – การปฏิบัติตนที่ดีต่อพระภิกษุทางกาย วาจา และใจที่ประกอบไปด้วยเมตตา เป็นการแสดงความเคารพถึงความอ่อนน้อมทั้งต่อหน้าและลับหลัง ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ไม่เสแสร้งทำ
    - การปฏิสันถารต่อพระภิกษุในโอกาสต่างๆคือการต้อนรับท่านด้วยความเคารพ เช่น การลุกขึ้นต้อบรับ ให้ที่นั่งพระภิกษุ การเข้าพบพระภิกษุ การประเคนของ
    - การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและสังคม การรักษาศีล 8 คือเว้นความโทษ 8 ประการ ได้แก่ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดแก่พรหมจรรย์ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการดื่มสุราเมรัย เว้นจากการบริโภคอาหารตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงเวลาอรุณ เว้นจากการฟ้อนรำ ประดับตกแต่ง เว้นจากนอนเหนือเตียงตั่งฟ้าภายในมีนุ่นและสำลี
    - การเข้าร่วมกิจกรรมและเป็นสมาชิกองค์กรชาวพุทธ เมื่อเข้าร่วมแล้วจะมีหน้าที่เผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนา
    - การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดีตามหลักทิศเบื้องบนใน 6 ทิศ ทิศเบื้องหน้า(บิดามารดา) ทิศเบื้องขวา(ครูอาจารย์) ทิศเบื้องหลัง(บุตรภรรยา) ทิศเบื้องซ้าย(มิตรสหาย) ทิศเบื้องล่าง(ผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกจ้าง) ทิศเบื้องบน(พระภิกษุ)

  11. นางสาว กนกพร เผ่าบ้านฝาง พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีการที่เป็นสากล คือหลักอริยสัจ 4 ซึ่งหมายถึง หลักความจริงอันประเสริฐของชีวิต มี 4 ประการ ได้แก่
    1) ทุกข์(ความไม่สบายกายและใจ) 2) สมุทัย(สาเหตุที่ทำให้เกิดทุข์)
    3) นิโรธ(วิธีการดับทุกข์) 4) มรรค(แนวทางการปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์)
    พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติที่ยึดทางสายกลาง เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ 1)สัมมาทิฏฐิ(ความเห็นชอบ) 2)สัมมาสังกัปปะ(ดำริชอบ) 3)สัมมาวาจา(เจรจาชอบ) 4)สัมมากัมมันตะ(การกระทำชอบ) 5)สัมมาอาชีวะ(เลี้ยงชีพชอบ) 6)สัมมาวายามะ(พยายามชอบ) 7)สัมมาสติ(การระลึกชอบ) 8)สัมมาสมาธิ(ตั้งจิตมั่นชอบ)

  12. นางสาว สุพรรษา ถิ่นสูง พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 21 หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของแต่ละศาสนา
    ศาสนาทุกศาสนามีเป้าหมายที่สำคัญ คือ ให้ศาสนิกชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแม้จะนับถือศาสนาต่างกันแต่ทุกศาสนามีหลักธรรมคำสอนที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างหลักธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
    หลักธรรมในศาสนาพุทธ 1.สาราณียธรรม6 ธรรมเป็นที่ตั้งให้ระลึกถึง 2.อธิปไตย3 ความเป็นใหญ่ 3.อริยวัฑฒิ5 ความเจริญอย่างประเสริฐ 4.โภคอาทิยะหรือโภคาทิยะ5 ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์
    หลักธรรมในศาสนาคริสต์ โดยคริสต์ศาสนิกชนต้องมีความศรัทธาในพระเยซูอย่างสุดชีวิตและจงรักเพื่อนบ้าน เพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเองตามหลักคำสอน 1.หลักบัญญัติ10ประการที่พระเจ้าประทานให้ 2.หลักตรีเอกานุภาพ หลักคำสอนที่ให้ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว 3.หลักความรัก สอนให้ศาสนิกชนมีความรักต่อองค์พระเจ้า 4.หลักอาณาจักรของพระเจ้า เป็นคำสอนที่เน้นให้มนุษย์สร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในจิตใจ

  13. นางสาว ศุภษร วิเศษชาติ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 26 หลักธรรม คติธรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญทางศาสนา
    (วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชาและวันธรรมสวนะ)
    -วันมาฆบูชาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์และมีการประชุมสงฆ์สาวกใหญ่เรียกว่า”จาตุรงคสันนิบาต”หลักธรรมที่เกี่ยวข้องและควรทำไปปฏิบัติ คือ โอวาทปาติโมกข์ประกอบด้วย หลักการ3 อุดมการณ์4 วิธีการ6
    -วันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติของพระพุทธเจ้า3 ประการ คือ ตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน หลักธรรมที่เกี่ยวข้องและควรนำไปปฏิบัติ คือ ความกตัญญู อริยสัจ 4 และความไม่ประมาท
    -วันธรรมสวนะหรือวันพระ เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนจะเข้าวัด ฟังเทศน์ ใน 1 เดือนจะมี4วัน คือวันแรม 8ค่ำและ15ค่ำ กับวันขึ้น8ค่ำและ 15ค่ำ หลักธรรมที่เกี่ยวข้องและควรนำไปฏิบัติคือ ทาน ศีล ภาวนา

  14. นางสาวนิชาภา สมัครการ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 19 การเห็นคุณค่า เชื่อมั่น และมุ่งมั่นพัฒนาชีวิตด้วยการพัฒนาจิตและพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนัสิการ
    -วิธีคิดแบบคุณ-โทษและทางออก เป็นการมองในหลายแง่มุมทั้งด้านดีและไม่ดีและสามารถเลือกทางออกที่ดีได้ในการปฏิบัติ
    -วิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม -คุณค่าแท้ คือ สิ่งที่ตอบสนองชีวิตโดยตรง -คุณค่าเทียม คือ สิ่งที่นำมาปรนเปรอชีวิตของมนุษย์
    -วิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม คือ การสกัดหรือบรรเทาและขัดเกลากิเลส คือ การคิดดี คิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมสัมมาทิฏฐิ(ปัญญาอันเห้นชอบ)
    -วิธีคิดแบบเป็นอยู่ในขณะปัจจุบัน คือ การมีสติ รู้ตัวพร้อมเสมอ นำอดีตมาปรับปรุง และคิดถึงอนาคตเพื่อวางแผนกำหนดเป้าหมาย
    -วิธีคิดแบบวิภัชชวาท การมองและแสดงความจริงของสิ่งต่างๆโดยแยกแยะให้เห็นแต่ละด้านให้ครบ ไม่หยิบเอาด้านใดด้านหนึ่งมาตีความว่าดีหรือไม่ดี

  15. นางสาว ฤทัยทิพย์ แก่นเสา พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 20 การสวดมนต์ แผ่เมตตา การบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐาน
    การสวดมนต์เป็นการบำบัดทุกข์โศกโรคภัย – ขจัดภัยอันตรายสิ่งชั่วร้ายที่จะพึงมี
    - ปัดเป่าอุบาทว์ เสนียดจัญไร สิ่งอวมงคล
    - ป้องกันภัยต่างๆ มีโจรภัย อัคคีภัย อสรพิษสัตว์ร้ายทั้งปวง
    การแผ่เมตตา เพื่อให้จิตอ่อนโยน ปราศจากความโกรธแค้นพยายาท เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองและเพื่อให้พ้นอันตรายจากสัตว์ทุกจำพวก ขอให้เราจงมีความสุข ปราศจากทุกข์ไม่มีเวร ไม่มีความเดือดร้อนไม่มีควาทลำบาก การบริจิตหมายถึง การฝึกฝนอบรมจิตให้เจริญและประณีตยิ่งขึ้น มีความปลอดโปรง มีความหนักมั่นคงโดยเริ่มจากฝึกฝนจิตให้เกิดสติและสมาธิ

  16. น.ส.อรวรรณ วิมลทอง ม.6/1 เลขที่ 11 พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 22 การเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมความร่วมมือของทุกศาสนาในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม
    การแก้ปัญหาคือการนำสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเอาหลักธรรมทางสาสนาของแต่ละศาสนาประยุกต์เข้ากับการดำรงชีวิตในปัจจุบันประกอบด้วย
    บ้าน = ชุมชนที่เป็นแหล่งรวบรวมผู้คนที่ก่อให้เกิดกิจกรรมสังคมที่หลากหลาย
    วัด = สถาบันศาสนาที่เป็นตัวขัดเกลาและบ่มเพาะวัฒนธรรมศูนย์รวมจิตใจ
    โรงเรียน = สถานศึกษาเป็นตัวเพิ่มเติมความรู้และถ่ายทอดการศึกษา
    สถาบันทั้ง3จึงเป็นสถาบันสำคัญทางสังคมที่สามารถนำมาเป็นกลไกลที่ก่อเกิดกระบวนการสร้างสังคมให้เข้มแข็งพัฒนาสังคมสมานฉันท์เพราะเป็นสถาบันที่ให้การอบรมทางจิตใจให้ความรักความอบอุ่นเอาใจใส่ดูแลและสามารถทำให้เยาวชนเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและคุรธรรมอีกทั้งยังช่วยลดปัญหาให้กับสังคมส่งผลให้สังคมมีความสงบสุข

  17. นางสาว ธิติ โอภาสศิริ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 พุทธประวัติด้านการบริหารและการธำรงรักษาศาสนา
    พุทธประวัติด้านการบริการ ในฐานะนักบริหารพระพุทธเจ้าทรงถึงพร้อมด้วยหลักธรรมของนักบริหารหรือทรงมีภาวะผู้นำที่ยอดเยี่ยมในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามีถ้อยคำที่แสดงให้เห็นภาวะผู้นำของพระพุทธองค์หลายคำเช่น 1.พระศาสดา พระผู้เป็นครูของชาวโลก 2.พระโลกนาถ พระผู้เป็นที่พึ่งของโลก หลักธรรมนักบริหารอาทิเช่น 1.พระพุทธองค์ทรงนักบริหารงานบุคคล โดยทรงวางบุคคลให้เหมาะสมกับงาน เช่น ทรงมอบหมายให้พระมหาโมคคัลานะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามผู้มีฤทธิ์และงานด้านโยธาธิการเพราะพระเถระมีความเชี่ยวชาญทั้งสองด้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง
    ด้านการธำรงรักษาพระพุทธศาสนา เช่น ทรงกำชับให้คณะสงฆ์เล่าเรียนธรรมด้วยความเคารพ ด้วยความตั้งใจไม่เล่าเรียนธรรมด้วยความประมาทซึ่งจะทำให้เนื้อหาของธรรมวิปริตผิดเพี้ยนได้

  18. นิรนาม พูดว่า:

    นางสาวศรสวรรค์ บุญสุวรรณ์ ม.6/1
    หน่วยการเรียนรู้ที่ 11พระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    1.เศรษฐกิจพอเพียงนี้ โดยมีเหตุและผลคือผลที่เกิอดมาจากเหตุ ถ้าเหตุดีคิดดีผลที่ออกมาคือสิ่งที่ติดตามเหตุ 2.Self Sufficiency คือสิ่งที่พอเพียงแก่ตนเอง 3.ความพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล หลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีดังนี้ 1.มัตตัญญุตา คือความเป็นผู้รู้จักประมาณตน 2.สันตุฎฐี ปะระมังธะนัง คือ ความมักน้อยเป็นทรัพย์อย่างประเสริฐ์3.อัตตาฮิอัตตโนนาโถ คือ ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน การพัฒนาแบบยั่งยืน คือ การพัฒนาที่มุ่งให้เกิดความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ลักษณะทั่วไปของการพัฒนาแบบยั่งยืน -คนสัมพันธ์กับคนอย่างมีความสุข -คนสัมพันธ์กับสังคมอย่างมีความสุข

  19. นางสาว จิราภา เศษภักดี พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่๒๕การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
    การแสดงตนเป็นพุทธมามกะนั้นเป็นการแสดงตนว่ายอมรับนับถือพระพุทธศาสนามาเป็นของตน หรือยอมรับนับถือพระพุทธศาสนามาเป็นศาสนาประจำชีวิตตน แต่การแสดงตนเป็นพทธมามกะไม่ได้ทำในครั้งเดียว
    พิธีการแสดงพุทธมามกะนั้นจะเกิดขึ้นที่พระอุโบสถเพราะเป็นหลักอันสำคัญของวัด ผู้ที่เข้าร่วมการแสดงตนเป็นพุทธมามกะต้องแต่งกายสุภาพน่งขาวห่มขาว แต่ถ้าเป็นนักเรียนหรือข้าราชการ ควรแต่งกายให้สุภาพเรีบยร้อย และควรถอดรองเท้าขณะเข้าร่วมพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
    เมื่อทุกฝ่ายเตรียมพร้อมก็เข้าร่วมสู่พิธีคือ ตั้งใจให้มั่นและทำสมาธิ จุดธูปเทียนและว่างดอกไม้บูชาพระและระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย
    เมื่อเสร็จพิธีการแสดงตนเป็นพุทธมามกะแล้ว ท่านพระอาจารย์ก็จะให้โอวาทเป็นอันเสร็จพิธี

  20. หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การฝึกฝนและพัฒนาตัวเอง การพึ่งตนเองและการมุ่งอิสรภาพในพระพุทธศาสนา
    พระพุทธศาสนาท่ามกลางความเชื่อมตามหลักศาสนาพราหรณ์ ที่ถือว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกและเทพเจ้าเป็นผู้บันดาลทุกสิ่งมนุษย์จึงต้องมีการบวงสรวง ออนวอนเทพเจ้าด้วยพิธีกคือกรรมต่างๆๆเพื่อให้เทพเจ้าโปรดปรานจะได้ประทานผลที่ต้องการให้แก่ตน
    พระพุทธเจ้าประกาศอิสรภาพของมนุษย์
    สิ่งแรกที่ถือว่าเกิดขึ้นพร้อมกับการประสูติของพระเจ้า คือการประกาศอิสรภาพของมนุษย์มีสัญลักษณ์เมือพระย่างพระบาลย่าง 7 ก้าว แวทรงพูดว่า “เเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่ง เราคือผู้เป็นใหญ่แห่งโลก”
    ถ้าสังเกตว่าสิ่งที่ก้าวนี่คือการประกาศอิสรภาพของมนุษย์ เพราะหลักต่างๆที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงต่อมาจะบอกว่ามนุษย์มัสากภาพในการพัฒนาตนเองได้สูงสุดและให้มองพระพุทธเจ้าในฐานะที่ทรงพัฒนาตนเองแล้วได้สูงสุด

  21. หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การพัฒนาศรัทธาและปัญญาในพระพุทธศนาสนา
    ศรัทธาแปลว่า ความเชื่อ ในพระพุทธศานานั้นจะต้องเป็นความเชื่อมั่นในคุฯงามความดี ที่ประกอบด้วยผล ผู้มรวิญญาแห่งการ “ใฝ่รู้” ที่จะนำไปสู่การพัฒนามี 3 ลักษณะ ได้แก่
    1. เชื่อมั่นในคุณงามความดี หมายถึง เชื่อว่ามีหลักแห่งความดีของมนุษย์
    2. เชื่อมั่นในหลักแห่งการกระทำและผลของการกระทำ หมายถึงเชื่อมั้นว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นลอยๆๆโดยไมมีเหตุ
    3. เชื่อมั่นว่ามนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและผลของการกระทำนั้น
    การพัฒนาปัญญา
    ปัญญา แปลว่า รู้ถึง ความรู้มีอยู่ 2 ประเภท คือ ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิด และความรู้ที่เกิดขึ้นด้วยการศีกษา
    ปัญญาที่ควรพัฒนามี 3 ลักษณะ
    1. ปัญญารู้จักความเชื่อม(อปายโฏศล) หมายถึง รู้ว่าอะไรคือความเชื่อม
    2. ปัญญารู้ความเจริญ(อายโกศล) คือ รู้ว่าอะไรคือความดี ความเจริญที่แท้ อะไรคือเหตุ
    3. ปัญญารู้จักวิธีการละเหตุแห่งความเสื่อมและสร้างเหตุแห่งความเจริญ(อุปาบโกศล)

  22. หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยกับวิธีการแก้ปัญญา
    จุดเริ่มต้นของการศึกษาเริ่มมาจากมนุษย์เป็นสัตว์ที่อ่อนแอ สิ่งจำเป็นต่อให้มนุษย์มีศักยภาพ จึงต้องฝึกหัดฝึกฝนจึงสามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองได้เพราะมีความรู้ หลักกการของการศึกษา คือ ไตรสิกขา ประกอบไปด้วย
    1.ศีลสิกขา คือการศึกษาด้วยศีล
    2.จิตสิกขา คือการศึกษาด้วยใจ
    3.ปัญญาสิกขา คือศึกษาด้วยปัญญา
    เหตุปัจจัย คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเมื่อเกิดปัญญาเราก็จะต้องแก้ปัญหา แล้วเราก็จะแก้ไขให้ถูกต้องหรือทำตามอริยสัจ 4 คือ1 ทุกข์ คือ ปัญหา 2 สมุทัย คือสาเหตุ 3 นิโรธ คือ ภาวะที่ปลอดปัญหา 4 มรรค คือวิธีการแก้ไข ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาตามขั้นตอนของอริยสัจ 4 ก็จะประสบผลสำเร็จ

  23. หน่วยการเรียนรู้ที่16เรื่องการเชื่อมั่นต่อการทำความดีความชั่ว
    ตามหลักกรรมทางพระพุทธศาสนามีอยู่ว่าบุคคลใดทำกรรมใดไว้เขาย่อมได้รับผลของกรรมนั้น
    โยนิโสมนสิการด้วยวิธีคิดแบบอริยสัจ4 คือการกระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคายมีลักษณะทั่วไป2ประการคือวิธีคิดตามเหตุผลและวิธีคิดที่ตรงจุด
    อริยสัจ4คือความจริงอันประเสริฐ4ประการคือ
    1ทุกข์คือความไม่สบายกายไม่สบายใจ
    2สมุทัยคือเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์
    3นิโรธคือความความดับทุกข์สิ่งที่ทำให้ทุกข์ดับไป
    4มรรคคือหนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์

  24. นาย บุญธเรศ จันเทวา ชั้้นมัธยมศึกษาปี่ ๖/๑ เลขที่ ๓ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๓ เรื่อง การปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ในหัวข้อต่อไปนี้

  25. นาย บุญธเรศ จันเทวา ชั้้นมัธยมศึกษาปี่ ๖/๑ เลขที่ ๓ พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๓ เรื่อง การปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ในหัวข้อต่อไปนี้
    ๑. การเข้าใจกิจของพระภิกษุ มี ๒ ประการ ดังนี้
    การศึกษา มีด้วยกัน ๓ ด้าน คือ ด้านศีล ด้านปัญญา ด้านสมาธิ
    การปฏิบัติธรรมและเป็นนักบวชที่ดี คือ ทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี อธิบายความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
    ๒. คุณสมบัติทายกและปฏิคาทก ( ทายกคือผู้ให้ทาน ส่วนปฏิคายกคือผู้รับทาน ) การให้ที่ดีต้องดีต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของผู้รับและผู้ให้ ด้วย อาทิ ให้ด้วยเจตนา ให้ในมิ่งที่ควรให้ ให้ทานแก่บุคคลที่ครวให้
    ๓. หน้าที่และบทบาทของพระภิกษุในฐานะ
    พระนักเทศน์แม่แบบ พระนักเทศน์ประจำจังหวัด พระธรรมทูต พระธรรมจาริก พระวิทยากร พระวิปัสสนาจารย์ พระนักพัฒนา
    ๔. การปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาของพุทธบริษัท คือ ช่วยเผยแพร่หลักธรรมต่างๆ ไม่ส่งเสิรมให้พระภิกษุทำนอกกิจพุทธบัญญติ ฯลฯ

  26. นายพีรพงศ์ ศรีจันทร์ดี ชั้น 6/1 เลขที่ 6 พูดว่า:

    หน่วยการเรียนรู้ที่6
    เรื่อง ลักษณะประชาธิปไตรในพระพุทธศาสนา
    หลักประชาธิปไตรทั่วไปในพระพุทธศาสนา มีด้วยกัน6 ประการ
    1. พระพุทธศาสนามีพระธรรมวินัยเป็นพระธรรมนูญ 2.มีการกำหนดลักษณะของศาสนาไว้เรียบร้อยแล้ว 3.พระพุทธศาสนามีความเสมอภาค 4.พระภิกษุมี สิทธิ เสเรีภาพ 5.มีการแบ่งอำนาจ 6.พระพุทธศาสนามีหลักเสียงข้าง
    หลักประชาธิปไตรในการที่พระพุทธเจ้าความเป็นใหญ่แก่สงฆ์ มี 5 ประการ
    1.จำนวนสงฆ์อย่างต่ำที่เข้าประชุม 2.สถานที่ประชุมของสงฆ์เพื่อทำสังฆกรรม 3.การประกาศเรื่องที่ประชุม 4.สิทธิของภิกษุที่เข้าประชุม 5.มติที่ประชุม
    ลักษณะอื่นที่แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา
    1.พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุศึกษาพุทธศาสนาด้วยภาษาใดก็ได้ 2.พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ปฏิบัติคล้อยตามกฎหมายของประเทศที่ตนอยู่ 3.ก่อนปรินิพพานพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ว่ ถ้าสงฆ์ปรารถนาจะถอนสิกขาบทเล็กน้อย(คือเลิกศิลข้อเล็กน้อย)เสียก็ได้

  27. นาย ณัฐพงศ์ พราหมลอย เลขที่ 4 ม. 6/1 พูดว่า:

    หน่วยการเรียนที่ 10 พระพุทธศาสนาฝึกตนไม่ไห้ประมาทมุ่งประโยชน์ และ สันติภาพแก่บุคคล สังคม และ โลก
    แนวคิดหลัก พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มุ่งความสุขและสันติภาพ บุคคล สังคม และ โลกอย่างแท้จริง โดยจะมี
    แนวปฎิบัตร คือ การฝึกตนไม่ไห้ปมาทที่ถือเป็นความหมายขั้นสูงสุด เช่น การเตือนตนไม่ให้ ประมาทด้วย หลักคำสั่งสอน
    ที่พระพุทธเจ้าตั้งขึ้น
    การฝีกตนไม่ได้ประมาทอย่างสูงสุดโดยการปฏิฐาน 4 คือ
    1 การตั้งสติกำหนดพิจารณา กาย
    2 การตั้งสติกำหนดพิจจารณาเวทนา
    3 การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต
    4 การตั้งสติกำหนดพิจราณาธรรม
    หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาเป็นศาสนาที่มุ่งประโยชน์สุขและสันติภาพแก่บุคคล สังคม และ โลกนั้น เราจะเห็นได้จากจุดเริ่มต้นแห่งการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ที่ทรงหาแนวทางให้พ้นจากกรรม

    นาย ณัฐพงศ์ พราหมลอย เลขที่ 4 ม. 6/1

  28. นาย ไพบูลย์ โหมดมณี ม.6/1 เลขที่ 5 พูดว่า:

    พิธี บรรพชาอุปสมบท
    การบวชแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
    1 บวชป็นสามณร เรียกว่า บรรพชา ต้องรักษาส๊ส 10 ข้อ
    2 บวชเป็นพระ เรียกว่า อุปสมบท ต้องรักษาศีล 227 ข้อ
    คุณสมบัติ ของผู้ที่จะอปสมบท
    ไม่เป็นเด็นกว่าไป ไม่เป็นโรคติดต่อ มีอวัยะสมบูรณ์ ไม่มีอวัยะพิการ เช่น ตาบอด เท้าขาด มือขาด หูหวก
    ลำดับการบรรพชาอุปสมบท
    1 การลาญาติผู้ใหญ่ หรือ ผู้ที่ เครพนับถือ
    2 การปลงผม
    3 การนำนาดเข้าโบสถ์
    4 พิธีบรรพชาอุปสมบท
    5 การกรวดน้ำ
    นาย ไพบูลย์ โหมดมณี ม.6/1 เลขที่ 5

  29. วีดีโอติววิชาเศรษฐศาสตร์…ค่ะ

  30. วีดีโอติงวิชาเศรษฐศาสตร์…ค่ะ

  31. นางสาว ธิติ โอภาสศิริ พูดว่า:

    http://www.scribd.com/doc/8426726/-1

    วิชาเศรษฐศาสตร์

  32. นางสาว ธิติ โอภาสศิริ พูดว่า:

    วีดีโอ เศรษฐศาสตร์ค่ะ

  33. Student Channel สังคม เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น อ ณัทธนัท เลี่ยวไพโรจน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s